ทุกวันนี้ธุรกิจบริการขนส่งพัสดุขยายตัวรวดเร็วเพื่อรองรับกระแส E-Commerce และไลฟ์สไตล์การซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคยุคนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ การเลือกผู้ให้บริการขนส่งรายต่าง ๆ ควรพิจารณาบริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว ถูกต้องและราคาที่คุ้มค่า เปรียบเทียบการให้บริการของ 5 แบรนด์ดัง ได้แก่ Kerry express , SCG express , DHL , Nim Express และ TNT โดยรวบรวมข้อมูลมาวัดกันว่าบริการขนส่งของแต่ละรายมีข้อแตกต่างอย่างไร และผู้ให้บริการรายใดเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ

DHL

บริษัทขนส่งสินค้าที่ให้บริการจัดส่งครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริการจัดส่งที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เลือกระดับการให้บริการตามความต้องการ มี 2 แบบคือ การจัดส่งในวันถัดไปและการจัดส่งแบบมาตรฐานภายใน 3 วันทำการ

จุดเด่น

  • ปรับรูปแบบบริการให้เหมาะสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ชโดยตรง
  • บริการส่งด่วนแบบกำหนดเวลารับได้เอง
  • บริการรับสินค้าจากมือคนขายแล้วส่งถึงหน้าบ้านของผู้รับโดยตรง (Door To Door Service)
  • บริการคุ้มครองสินค้าได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ฟรี

SCG express

บริการรับส่งสินค้าด่วน เอสซีจี เอ็กซ์เพรส จัดส่งสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศไทย แบ่งเป็นหลายประเภทธุรกิจ เช่น B2B (ธุรกิจถึงธุรกิจ) , B2C (ธุรกิจถึงผู้บริโภค) และ C2C (ผู้บริโภคถึงผู้บริโภค) เสนอทางเลือกบริการที่หลากหลายซึ่งถือว่าโดดเด่นที่สุด

จุดเด่น

  • เชี่ยวชาญด้านการส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน การบริการสุภาพและประทับใจด้วยมาตรฐานญี่ปุ่น
  • มี 4 รูปแบบบริการให้เลือก ได้แก่ บริการขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วนถึงบ้าน (TA-Q-BIN) จัดส่งถึงปลายทางในวันถัดไป , บริการส่งเอกสารหรือพัสดุภัณฑ์ด่วนระหว่างบริษัทถึงบริษัท (Document TA-Q-BIN) , บริการเก็บเงินปลายทาง (TA-Q-BIN Collect) เลือกชำระได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการขนส่งพัสดุแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cool TA-Q-BIN) เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย สามารถส่งของสดและอาหารได้ 2 แบบคือสินค้าแช่เย็น (Chilled) ระหว่าง 0-8 องศาเซลเซียส และสินค้าแช่แข็ง (Frozen) ต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส รวมถึงบริการส่งพืชผลทางการเกษตร Farm to table โดยรับพืช , ผักผลไม้ หรืออาหารทะเลจากหน้าฟาร์มมาส่งให้ที่บ้าน
  • บริการรับสินค้าจากมือคนขายแล้วส่งถึงหน้าบ้านของผู้รับโดยตรง (Door To Door Service)
  • คุ้มครองกรณีพัสดุเสียหายหรือสูญหายสูงสุดถึง 3,000 บาท
shutterstock_1110268151


Kerry express

บริการส่งของด่วน เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เปิดบริการมากว่า 12 ปี ถือเป็นคู่แข่งสำคัญของไปรษณีย์ไทย

ปัจจุบันเป็นธุรกิจบริการส่งของที่มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 200 แห่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงบริการผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ ร้านสาขา , จุดให้บริการบนสถานีรถไฟฟ้า BTS ตลอดจนบริการผ่านตู้ล็อคเกอร์ตามอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียม

จุดเด่น

  • บริการจัดส่งวันเดียว ส่งของภายในวันถัดไป มีระบบโทรศัพท์เข้าไปคอนเฟิร์มเวลาและที่อยู่กับลูกค้าปลายทางก่อนเข้าไปจัดส่ง ถือว่ามีคุณภาพและรวดเร็วเป็นพิเศษ
  • มีจุดให้บริการมากมาย เช่น ร้านพาร์เซลช็อป (Parcel Shops) และตู้ล็อคเกอร์ติดตั้งตามอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยกว่า 100 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งลูกค้ามารับ-ส่งพัสดุได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • บริการเรียกเก็บเงินปลายทาง (COD) ซึ่งรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่หน้าบ้านของลูกค้าปลายทาง ถือเป็นบริการที่มีให้รายเดียวภายในประเทศไทยอีกด้วย บริการดีน่าประทับใจและราคาน่าคบหา
  • คุ้มครองกรณีพัสดุเสียหายหรือสูญหายสูงสุดถึง 2,000 บาท สามารถซื้อประกันเพิ่มได้

Nim Express

บริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ มีศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศเทียบเท่ากับไปรษณีย์ไทย เหมาะสำหรับธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการส่งสินค้าระยะทางไกลหรือส่งของปริมาณมากไปต่างจังหวัด

จุดเด่น

  • คิดค่าส่งตามน้ำหนักสินค้า เริ่มต้นเพียง 150 บาทต่อน้ำหนัก 10 กิโลกรัม (ราคาถูกกว่าไปรษณีย์ไทย)
  • บริการรับสินค้าจากมือคนขายแล้วส่งถึงหน้าบ้านของผู้รับโดยตรง (Door To Door Service)

TNT

บริษัทรับส่งสินค้า TNT บริการรับส่งสินค้าทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ เลือกบริการจัดส่งได้ 2 แบบ คือ บริการส่งแบบเร่งด่วน จัดส่งของในวันถัดไป และบริการส่งแบบปกติ จัดส่งของใน 2 วันทำการ

จุดเด่น

  • เน้นความคุ้มค่า การเสนอราคาที่เป็นส่วนตัวและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตลอดเวลา รายงานอย่างละเอียดให้รู้ชัดเจนว่าจ่ายค่าอะไรบ้าง (ขอรับส่วนลดจากสถานที่จัดส่งไปบ่อย)
  • จัดส่งระยะทางไกล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • บริการรับสินค้าจากมือคนขายแล้วส่งถึงหน้าบ้านของผู้รับโดยตรง (Door To Door Service)