ข้อสงสัยเกี่ยวกับอาหาร barf ที่มือใหม่ต้องอ่าน!

Palo (น้องพะโล้)

Palo (น้องพะโล้)

ข้อสงสัย Doubt

SHARES

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email
ข้อสงสัยเกี่ยวกับอาหาร barf

            เราจะพูดถึง ข้อสงสัยเกี่ยวกับอาหาร barf ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์และอาหารเสริมมากมายที่ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงของเรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แน่นอนว่าสำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยง เรื่องสุขภาพนั้นย่อมต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก แต่ด้วยเหตุเราไม่สามารถควบคุมโภชนาการอาหารที่ถูกคัดสรรมาในอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งแบบ กระป๋อง แบบเม็ด หรือแบบที่ถูกแบ่งเป็นมื้อตามแต่ละวันได้ ความสนใจในเรื่องของการปรุงอาหารสัตว์เลี้ยงเองจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเราสามารถเลือกวัตถุดิบและสารอาหารที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของเราได้ง่ายกว่า 

            barf จึงเป็นหนึ่งในวิธีการปรุงอาหารสัตว์เลี้ยงที่นิยมอย่างมากทั้งในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากผลการวิจัยพบว่าอาหารแบบ barf ช่วยลดโรค และอาการผิดปกติทางร่างกายของสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังช่วยเพิ่มแคลเซียม บำรุงขน บำรุงกระดูก ตลอดจนเพิ่มวิตามิน ให้กับร่างกายของสัตว์เลี้ยงเราได้โดยตรง ทั้งยังสามารถคัดสรรวัตถุดิบที่จะนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ได้ด้วยตนเอง

ด้วยเหตุดังกล่าวคำถามและข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับ barf จึงเกิดขึ้น ซึ่ง 10 คำถามที่พบบ่อยมีดังนี้

            1. อาหาร barf คืออะไร

            barf ย่อมาจาก Biologically Appropriate Raw Food คือการปรุงอาหารโดยเลียนแบบอาหารตามธรรมชาติดังเดิมของสัตว์ ซึ่งเดิมทีสัตว์ตามธรรมชาติจะกินเนื้อสด ๆ และกินผลไม้ที่หาได้เป็นอาหาร อาทิ เนื้อ กระดูก เครื่องใน ผลไม้ การทำ barf จึงมีขั้นตอนการทำและกระบวนการที่ไม่ผ่านความร้อนใด ๆ นอกจากนี้ barf ยังถือเป็นหนึ่งในอาหารที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยง อย่าง สุนัข แมว มากที่สุดอีกด้วย

            2. อาหาร barf กับอาหารสดต่างกันอย่างไร 

            อาหารสดคืออาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกหรือผ่านความร้อนมากกว่า 40 องศา เพื่อรักษาความสดใหม่และคงคุณค่าทางอาหารของวัตถุดิบนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ เครื่องใน กระดูก ผักหรือผลไม้ แต่ barf คืออาหารดิบที่ไม่ผ่านการปรุงและไม่ผ่านความร้อนใด ๆ ทั้งสิ้นด้วยเหตุนี้อาหารสดบางชนิดจึงไม่สามารถเรียกว่า barf ได้

            3. ลูกสุนัขสามารถกินอาหาร barf ได้หรือไม่

            สำหรับลูกสุนัขสามารถให้เริ่มกิน barf ได้ทันทีหลังจากหย่านม เนื่องจากลูกสุนัขมีอัตราในเจริญเติบโตเติบโตที่รวดเร็วกว่าในช่วงวัยอื่น ๆ การให้กิน barf จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยทำให้ลูกสุนัขของเราเติบโตสมบูรณ์แข็งแรง

            4. อาหาร barf มีประโยชน์อย่างไร 

            เนื่องจาก barf เป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือผ่านความร้อนใด ๆ อีกทั้งยังเป็นอาหารดั้งเดิมที่สัตว์สามารถหากินได้เองตามแหล่งที่อยู่เดิม ด้วยเหตุนี้สารอาหารต่าง ๆ จึงยังคงอยู่ อาทิ วิตามิน เกลือแร่ ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และแร่ธาตุ ซึ่งสารอาหารทั้งหลายเหล่านี้มีส่วนทำให้ร่างกายของสัตว์เลี้ยงของเราแข็งแรงสมบูรณ์ ขนสวยเป็นมันเงา ร่าเริงแจ่มใส อุจจาระเป็นก้อน นั่นเอง

            5. เริ่มต้นทำอาหาร barf อย่างไร

            เนื่องจากทำ barf นั้นจำเป็นต้องเข้าใจในเรื่องของโภชนาการ และสารอาหารในแต่ละวัตถุดิบเพื่อที่จะปรับสมดุลให้อาหารนั้น ๆ มีคุณประโยชน์สูงสุด สำหรับสูตรเริ่มต้นที่นิยมทำกันคือ สูตรไก่บด ซึ่งเป็นสูตรพื้นฐานที่มีส่วนผสมไม่ซับซ้อนเพียงแค่นำ ไก่ ผัก ผลไม้ เครื่องใน และอาหารเสริมต่าง ๆ บดให้เข้ากันตามสัดส่วนและนำหนักที่เหมาะสม จากนั้นแบ่งอาหารตามปริมาณหรือแบ่งเป็นมื้อเพื่อให้ง่ายต่อการกินตามเวลาปกติ

            6. ควรให้อาหาร barf ปริมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

            โดยปกติแล้วสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัข หรือแมว เมื่อโตเต็มที่เราควรจัดอาหารให้อยู่ในปริมาณ 2-3% จากน้ำหนักตัว/ต่อวัน ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับอายุ สายพันธุ์ และกิจกรรมที่เราให้สัตว์เลี้ยงของเราทำด้วย ซึ่งหากสัตว์เลี้ยงของเราทำกิจกรรมหนัก ควรให้อาหารเริ่มต้นที่ 2.5% จากน้ำหนักตัว/ต่อมื้อ และแบ่งให้อาหาร barf อย่างน้อย 2 มื้อต่อวัน

            7. หากเปลี่ยนให้สัตว์เลี้ยงมากินอาหาร barf สัตว์เลี้ยงจะมีอาการอย่างไรหรือไม่

            ด้วยเหตุที่อาหารสำเร็จรูปและอาหาร barf นั้นมีความแตกต่างทั้งในเรื่องของโภชนาการ ลักษณะอาหาร และรูปแบบการย่อยอาหารที่ต้องปรับเปลี่ยนค่อนข้างมาก จึงทำให้ในช่วงแรกที่เราเปลี่ยนให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารแบบ barf สัตว์เลี้ยงของเราอาจมีอาการ อาเจียน ถ่ายเหลว หรืออาจไม่มีอาการใด ๆ เกิดขึ้นเลย ซึ่งอาการดังกล่าวจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์

            8. ให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารเม็ดกับอาหาร barf พร้อมกันได้หรือไม่ 

            ด้วยเหตุที่การให้อาหารเม็ดและการให้อาหารแบบ barf นั้น มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในส่วนของระบบการย่อยที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ควรนำอาหารทั้งสองชนิดมาผสมในมื้อเดียว  แต่หากจำเป็นต้องให้อาหารเม็ดจริง ๆ แนะนำให้แยกเป็นมื้อหรือแยกเป็นวัน สำหรับอาหารเม็ดจึงจะดีที่สุด

            9. อาหาร barf ที่ดีควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

            อาหาร barf ที่ดี ควรประกอบไปด้วยสารอาหารหลากหลาย อาทิ วิตามิน เกลือแร่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และแร่ธาตุ นอกจากนี้เรายังต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาดและวัตถุดิบที่นำมาใช้เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของเราได้รับคุณประโยชน์จากสารอาหารสูงสุดด้วย

            10. ทำอย่างไรเมื่อสุนัขและแมวไม่ยอมกินอาหาร barf 

            หนึ่งในเหตุผลสำคัญสำหรับกรณีที่สุนัขหรือแมวของเราไม่ยอมกิน barf คือ สัตว์เลี้ยงของเรานั้น อายุมากและกินอาหารเม็ด ตลอดจนกินอาหารคนมาเป็นเวลานาน ด้วยเหตุนี้สัตว์เลี้ยงจึงไม่คุ้นเคยกับการกินอาหาร barf ในช่วงแรก ซึ่งมีวิธีการปรับพฤติกรรมดังนี้

            1. เปลี่ยนมาให้กินอาหารแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ

            2. เปลี่ยนรสชาติอาหารให้มีความหลากหลาย

            3. ปรับเวลาการให้อาหาร หรือควรกำหนดเวลาในการกินของสัตว์เลี้ยง 

            แม้คุณประโยชน์ของการปรุงอาหารแบบ barf นั้นจะมีประโยชน์มากมายหลายด้าน ทว่าสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องคำนึงให้ดีคือเรื่องของความสะอาด อาทิ บริเวณที่เตรียมอาหาร ตลอดจนภาชนะใส่อาหารสัตว์เลี้ยง จำเป็นจะต้องทำความสะอาดทุกครั้งเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเชื้อจุลินทรีย์ อันนำมาซึ่งโรคต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้อาหารควรเก็บให้มิดชิด และควรเก็บในที่ที่สามารถรักษาความสดใหม่ของอาหารได้ด้วย

ที่มาข้อมูล :

            1. คำถามที่พบบ่อย | อาหารบาร์ฟพร้อมรับประทาน (BARF.) – BONE (https://th.boneandraw.com/)

            2. บาร์ฟแมวทำเอง – Kyosane (https://kyosane.com/)

            3. อาหารสด VS อาหารบาร์ฟ – Kyosane (https://kyosane.com/)

            4. อาหาร BARF มีประโยชน์กับสุนัขจริงหรือไม่? | Dogilike.com (https://www.dogilike.com/)

            5. วิธีเริ่มกินอาหารบาร์ฟ (BARF.) – BONE AN RAW (https://th.boneandraw.com/)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *