ในยุคดิจิตอลที่ผู้คนนิยมหันมาซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น เพราะสะดวก ไม่เปลืองแรง ประหยัดเวลาและง่ายกว่า การขายของบนเว็บไซต์ออนไลน์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสู่ความมั่งคั่งของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ทำให้หลายคนอยากที่จะเข้ามาขายของออนไลน์บ้าง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร วันนี้เราจึงขอแชร์ขั้นตอนและวิธีง่าย ๆ เพื่อเริ่มขายของออนไลน์มาฝากกัน

เริ่มจากการหาสินค้าที่จะนำมาขาย  

ไม่จำกัดเฉพาะสินค้าที่เป็นสิ่งของเท่านั้น แต่รวมถึงบริการที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ แก่ลูกค้าอีกด้วย ซึ่งการหาสินค้าหรือบริการนี้ จะเริ่มจากการสำรวจความถนัดและความชอบของตนเอง เช่น หากคุณเป็นคนมีฝีมือในการทำขนม ก็สามารถขายขนมผ่านทางออนไลน์ได้ หากคุณมีความสามารถในการซ่อมแซมหรือติดตั้งอะไรก็ตาม ก็สามารถตั้งร้านค้าออนไลน์เพื่อให้บริการด้านนั้น ๆ ได้เช่นกัน

ตั้งชื่อร้านค้าออนไลน์  

การตั้งชื่อร้านที่ดี ควรตั้งให้ชื่อไม่ยาวมากจนเกินไป และควรเป็นชื่อที่สามารถสื่อถึงสินค้าหรือบริการของเราได้ในทันที ซึ่งโดยทั่วไปมักจะใช้ความยาวราว 2-4 พยางค์ ยกตัวอย่างเช่น ฝนเพ็ทช็อป , เกษมดีดบ้าน , benzac perfume ทั้งหมดสื่อชัดเจนว่าขายสินค้าหรือให้บริการอะไร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง บริการปรับโครงสร้างตัวบ้านและสินค้าที่เป็นน้ำหอมหลากหลายยี่ห้อ

สำรวจช่องทางการขาย

เมื่อเรารู้ว่าจะขายอะไรและขายให้กับใคร ต่อมาเราก็สามารถเข้าไปสำรวจดูได้ว่ากลุ่มลูกค้าของเรามักจะใช้ช่องทางไหนในการเลือกซื้อสินค้า ในกรณีที่เราจะขายสินค้ามือสอง ก็ต้องไปค้นหาว่าจะสามารถซื้อสินค้ามือสองผ่านทางออนไลน์ได้ที่ไหนบ้าง โดยทำตัวเป็นลูกค้าเสียเอง แล้วก็จะพบว่าช่องทางเว็บไซต์และ facebook คือช่องทางที่ผู้คนนิยมซื้อหาสินค้ามือสองกันมากที่สุด เป็นต้น

แผนการตลาดสำหรับการเปิดร้านใหม่

คงจะไม่ดีแน่ ถ้าแค่เปิดร้านแล้วขายด้วยราคาปกติ เนื่องจากการขายของออนไลน์นั้นมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ลูกค้ามีตัวเลือกมาก ดังนั้นการขายของออนไลน์จึงควรมีโปรโมชั่นที่ดีและรู้จักปรับแผนการตลาดอยู่เสมอ เช่น  การขายสินค้าคุณภาพดีราคาพิเศษในการฉลองเปิดร้านใหม่ การสะสมแต้มสำหรับสมาชิก เพื่อใช้เป็นส่วนลดพิเศษในการซื้อครั้งต่อไป และการแจกสินค้าขายดีฟรี ๆ เพื่อแลกกับยอดไลค์ยอดแชร์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น สารพัดแผนการตลาดเหล่านี้ที่จะทำให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

shutterstock_580499569

เลือกวิธีการชำระเงินและวิธีการส่งสินค้าที่ง่ายต่อลูกค้า

การชำระเงินยิ่งง่าย การได้รับสินค้ายิ่งรวดเร็ว ก็จะยิ่งมัดใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นการขายของออนไลน์ จึงควรเตรียมช่องทางการชำระเงินไว้หลาย ๆ ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร , โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ , ชำระผ่านบัตรเครดิต , Paypal , Rabbit line pay และ True wallet ส่วนการส่งสินค้าก็ควรมีตัวเลือกให้กับลูกค้าด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการสินค้าอย่างเร่งด่วน และลูกค้าที่ต้องการจ่ายค่าส่งในราคาย่อมเยาและสามารถรอสินค้าได้ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ถือเป็นตัวช่วยในการตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

การขายของออนไลน์ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป หากใส่ใจในรายละเอียดและหมั่นศึกษาเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะแผนการตลาดออนไลน์ , เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกี่ยวกับการชำระเงินและการขนส่งสินค้า เพราะทั้งหมดสำคัญต่อการผลักดันให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณเป็นที่รู้จักและมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง