#พะโล้รีวิว กิมจิสดใหม่ ประกอบอาหารกับอะไรก็อร่อย จากยูเรกวานกิมจิ

Palo (น้องพะโล้)

Palo (น้องพะโล้)

กิมจิ,kimchi

SHARES

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

          เพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยท้องร้องกลางดึกหลังจากได้ดูซีรีส์เกาหลีที่บรรดาอปป้าที่เรารักได้แสดงกันอย่างแน่นอน การที่เราจะมีกิมจิคุณภาพดีและสดใหม่ติดตู้เย็นที่บ้านก็คงจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยสำหรับสายชอบดูซีรีส์เกาหลี การได้ลุกมาทำอาหารมื้อเล็กๆ ยามดึกไว้รองท้องเวลาหิวหลังจากที่ดูอปป้า การทานอาหารก็ดูจะเป็นกิจกรรมที่น่าสนุก วันนี้พะโล้อยากจะพาเพื่อนๆ มารู้ความเป็นมา วิธีการเก็บกิมจิให้อยู่ได้นานและการนำกิมจิไปประกอบอาหารด้วยกันเลย

Table of Contents

ที่มาของกิมจิ

          หลายแหล่งข้อมูลในอินเทอร์เน็ตได้กล่าวมาเป็นเสียงเดียวกันว่ากิมจินั้นมีมานานแล้วตั้งแต่ ‘สมัยสามก๊ก’ กันเลยทีเดียว ย้อนกลับไปที่ประเทศเกาหลีเมื่อหลายร้อยปีก่อนในสมัยที่ไฟฟ้าและเทคโนโลยียังเข้าไม่ถึง ความทรมาณของคนสมัยก่อนเมื่อยามหน้าหนาวมาถึงก็คือการทำและการเก็บอาหารให้สามารถอยู่ได้นานขึ้น เพราะคนสมัยก่อนไม่สามารถใช้ไฟฟ้าในการเปิดฮีตเตอร์เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายของพวกเขา อีกทั้งยังไม่มีตู้เย็นในการเก็บอาหารให้มีความสดใหม่ได้ตลอดเวลา กิมจิจึงถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้นเนื่องจากการประกอบอาหารที่แสนง่าย และการเก็บรักษาที่แสนสะดวกสบาย กิมจิจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากสำหรับชาวเกาหลีในอดีต และส่งผลให้กิมจินั้นยังคงเป็นอาหารและเครื่องเคียงที่เป็นที่นิยมในประเทศเกาหลีและมีอยู่คู่กับชาวเกาหลีจนถึงยุคปัจจุบัน

 

          เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบดูซีรีส์เกาหลีจะสังเกตกันได้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่มีฉากทานอาหาร กิมจิ (Kimchi) จะมีบทบาทสำคัญมากในซีรีส์เกาหลี เนื่องจากกิมจินั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลีนั่นเอง กิมจิ ก็คือผักดองที่ชาวเกาหลีส่วนมากนิยมนำมาเป็นเครื่องเคียงหรือประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ซึ่งส่วนประกอบอาหารของกิมจินั้นมีคุณค่าทางสารอาหารอย่างมากมาย และส่วนประกอบสำคัญที่นิยมใช้ประกอบการทำกิมจิก็คือการนำผักกาดขาวมาหมักรวมกับต้นหอม พริกป่น น้ำปลา น้ำตาล และกระเทียม เมื่อหมักเข้าด้วยกันเสร็จก็จะมีรสชาติที่เผ็ดและกลมกล่อม ความเผ็ดของกิมจินั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละบ้าน ว่าต้องการให้มีรสชาติเผ็ดมากน้อยแค่ไหน ส่วนมากแล้วกิมจิที่อร่อยจะมีรสชาติเปรี้ยวๆ เค็มๆมากกว่ารสชาติหวาน กิมจิถือว่าเป็นอาหารที่ทุกคนสามารถทานได้ รวมไปถึงวัยเด็กและผู้สูงวัย 

 

          ในปัจจุบันนั้น กิมจินั้นมีความแพร่หลายในต่างประเทศมากขึ้นโดยเฉพาะในประเทศไทย การเลือกส่วนผสมที่แตกต่างหรือการเลือกใช้ผักที่ต่างจากต้นตำหรับก็สามารถทำให้รสชาติมันเหมาะกับแต่ละประเทศมากขึ้น ชาวต่างชาติสามารถปรับเปลี่ยนรสชาติของกิมจิให้ถูกปากและอร่อยตามสูตรของแต่ละประเทศได้เช่นกัน

เมนูง่ายๆจากกิมจิ
มาม่ากิมจิ

          เมื่อเรานำมาม่าเกาหลีมาผสมกับกิมจินั้น มันจะออกมาเป็นเมนูที่แสนง่าย เพื่อนๆ สามารถทำการเตรียมส่วนผสมแค่ไม่กี่อย่าง แถมขั้นตอนการทำมาม่ากิมจินั้นก็ไม่วุ่นวายเลย วันนี้พะโล้เลยอยากชวนเพื่อนๆ มาทำมาม่ากิมจิด้วยกันครับ

มาม่าเกาหลี
ส่วนประกอบของมาม่ากิมจิ
  • มาม่าเกาหลี 1 ซอง จะเป็นรสชาติไหนก็ได้ แต่พะโล้ขอแนะนำให้เป็นซองในภาพ เพื่อนๆ จะได้รสชาติที่กลมกล่อมและเข้ากับกิมจิสุดๆ
  • หัวหอม
  • นมสด
  • โคชูจัง
  • ชีส
  • เนื้อสัตว์ (พะโล้ชอบใส่เบค่อนกับไส้กรอก)
  • กิมจิ
ทำมาม่าเกาหลี
ขั้นตอนการทำมาม่ากิมจิ
  1. เทนมสด 450 มล. ลงในหม้อ ตั้งไฟกลาง เติมโคชูจังประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
  2. เมื่อน้ำเดือดให้นำหัวหอมที่หั่นแล้ว และใส่เนื้อสัตว์ลงไป
  3. เมื่อเนื้อสัตว์เริ่มสุก ใฟห้เริ่มใส่เส้นและเครื่องปรุงตามลงไป และต้มต่อจนเส้นได้ที่
  4. ปิดไฟ เพิ่มความเข้มข้นด้วยชีส และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือท็อปปิ้งด้วยกิมจิ

          เมื่อเพื่อนๆ เตรียมส่วนผสมและลงมือทำอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ สามารถจัดแต่งองค์ประกอบของมาม่า เนื้อสัตว์ และผักโรยกันได้อย่างตามใจชอบเลยครับ และยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้ทานมาม่ากิมจิให้อร่อยและได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนนั้นก็คือการเตรียมหม้อต้มมาม่าเกาหลีมาเป็นภาชนะในการใส่มาม่ากิมจิครับ เพราะมันจะเพิ่มความรู้สึกและบรรยากาศให้เพื่อนๆ ให้รู้สึกว่ากำลังทานมาม่าเกาหลีอยู่ที่เมืองโซลกันเลยทีเดียว (ทานมาม่ากิมจิระหว่างดูซีรีส์ก็ฟินนนน)

การเก็บรักษากิมจิให้มีอายุอยู่ได้นาน

          การที่เราจะคงกิมจิให้ทานอยู่ได้นานนั้น เพื่อนๆ ต้องนำภาชนะที่เป็นกล่อง หรือโหลที่มีฝาปิดมิดชิดมาใส่ เพื่อที่จะไม่ให้ภาชนะที่ใส่กิมจิอยู่นั้นไม่มีอากาศหรือลมเข้าไป เพราะกิมจิเป็นอาหารที่ผ่านการหมักดองมาแล้ว และที่สำคัญ เพื่อนๆ ต้องไม่เก็บกิมจิในปริมาณที่เยอะเกินไปภายในหนึ่งภาชนะ เพราะถ้าหากมีอากาศที่ถ่ายเทมากเกินไปในภาชนะจะทำให้เกิดแก๊ส และตัวกิมจิจะดันตัวขนล้นออกมานอกภาชนะได้อีกด้วย นอกจากนี้ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบทานรสชาติที่เปรี้ยวมากขึ้น เพื่อนๆ สามารถนำกิมจิไปแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อเพิ่มความเปรี้ยวได้เลย

          วันนี้ #พะโล้รีวิว อยากพาเพื่อนๆ มาให้รู้จักกับ ยูเรกวานกิมจิ (Youreaguan Kimchi) ที่เป็นร้านกิมจิที่มีมาตรฐาน ผลิตสดใหม่ และยังผ่านกระบวนการผลิตที่มีความสะอาดถูกหลักอนามัยอีกด้วย ทางร้านยูเรกวานกิมจิ ได้ทำการเลือกสรรค์ผักสดที่มีคุณภาพ พะโล้บอกได้เลยว่านี่เป็นกิมจิที่คัดเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุด ผักกาดอ่อนๆ กรอบ อร่อย นำมาหมักกับซอสกิมจิจนเข้าเนื้ออย่างดี รสชาติเข้มข้นและลงตัว ถูกปากคนไทย อัดแน่นทุกถุงทุกกล่อง และไม่ใส่สารกันบูดอีกด้วยครับ

          ทางร้านยูเรกวานกิมจิ มีรสชาติและปริมาณให้เพื่อนๆ เลือกซื้อได้อย่างหลากหลาย มีทั้งรสออริจินอล รสหวานเผ็ดน้อย กิมจิหัวไชเท้า กิมจิรสญี่ปุ่น กิมจิมะละกอ และกิมจิหัวไชเท้าสามรส อีกทั้งยังมีปริมาณให้เลือกซื้อถึงสองขนาด นั่นก็คือ 500 กรัม และ 1000 กรัม เพื่อนๆ ยังสามารถหาซื้อยูเรกวานกิมจิได้ทางออนไลน์ตามช่องทางด้านล่าง หรือหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และนอกจากนี้ร้านยูเรกวานกิมจยังจัดส่งผ่านบริการของ MAKESEND บริษัทจัดส่งพัสดุและอาหาร ที่มีสามารถจัดส่งได้รวดเร็วทันใจ วันเดียวถึงที่หมาย ให้บริการครอบคลุมทั้งกรุงเทพและปริมณฑล จัดเก็บได้ทั้งแบบควบคุมอุณภูมิและไม่ควบคุมอุณหภูมิ รับรองกิมจิยังคงสดใหม่และอร่อยแน่นอนพะโล้คอนเฟิร์มคร้าบบบ!

สั่งซื้อได้ที่

Leave a Reply

Your email address will not be published.