ไขข้อข้องใจ สุนัขแต่ละไซส์ควรได้รับอาหารปริมาณเท่าไหร่

Palo (น้องพะโล้)

Palo (น้องพะโล้)

dog food proportions

SHARES

ไม่เพียงแต่สุนัขช่วงวัยต่างกันจะต้องการสารอาหารแตกต่างกันเท่านั้น ปริมาณอาหารสุนัขตามขนาดตัวก็ควรได้รับการใส่ใจเช่นกัน เพราะ ขนาดของสุนัขกับการได้รับปริมาณอาหารอย่างเหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญที่คนเลี้ยงสุนัขควรใส่ใจ เป็นพิเศษ เพราะหากสุนัขได้รับปริมาณอาหารมากเกินไปอาจทำให้อ้วน

ในขณะเดียวกันหากได้รับปริมาณอาหารน้อยเกินไปอาจทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง เพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และสำหรับผู้ที่เลี้ยงน้องหมา ไม่ว่าจะไซส์เล็ก ไซส์กลาง หรือไซส์ใหญ่ ลองมาดูกันว่าสุนัขไซส์ไหนควรให้อาหารปริมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

ปริมาณอาหารที่สุนัขควรได้รับ

ปกติแล้วปริมาณอาหารที่น้องหมาควรได้รับในแต่ละวัน สามารถมองหาได้ที่ซองอาหารของน้องหมาหรือใช้การกะปริมาณด้วยตนเอง แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า น้องหมาแต่ละตัวก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน

ดังนั้นการให้อาหารควรปรับเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย แต่หากดูตามไซส์ง่ายๆ นั้น สามารถแบ่งได้ดังนี้

สุนัขไซส์เล็ก

สุนัขพันธ์ุ ชิวาวา
สุนัขพันธ์ุ ชิวาวา

สุนัขไซส์มินิ นับเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนรักหมาที่ต้องการพาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ยกตัวอย่างสุนัขขนาดมินิ ได้แก่ ชิสุ ชิวาว่า ฯลฯ โดยสนุขไซส์เล็กนั้นจะต้อง

  • น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม
  • ส่วนสูงไม่เกิน 38 เซนติเมตร

สำหรับปริมาณอาหารของสุนัขพันธุ์เล็กนั้นขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร

  • อาหารแบบเปียกจะอยู่ที่ 345 – 690 กรัมต่อวัน
  • อาหารเม็ดแนะนำอยู่ที่ 80 – 165 กรัมต่อวัน
  • Barf ไม่ควรเกินวันละ 70 – 80 กรัมต่อวัน

สุนัขไซส์กลาง

สุนัขพันธ์ุ ชิบะ
สุนัขพันธ์ุ ชิบะ

ไซส์กลางพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง ได้แก่ ชิบะ อินุ บีเกิล คอร์กี้ ฯลฯ โดยส่วนใหญ่สุนัขไซต์นี้จะมี

  • น้ำหนัก 11-25 กิโลกรัม
  • ส่วนสูง 35-66 เซนติเมตร

ปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับสุนัขขนาดกลาง คือ

  • อาหารเปียก 790 – 1,300 กรัมต่อวัน
  • อาหารเม็ดอยู่ที่ 190 – 300 กรัมต่อวัน
  • Barf ไม่ควรเกินวันละ 200 – 300 กรัม

สุนัขไซส์ใหญ่

สุนัขพันธ์ุ ไซบีเรียน
สุนัขพันธ์ุ ไซบีเรียน

สุนัขไซส์ใหญ่ เป็นตัวเลือกยอดนิยมอย่างยิ่งสำหรับคนรักหมา เพราะนอกจากความน่ารักขี้เล่นแล้วช่วงตัวขนาดใหญ่ยังทำให้กอดได้แบบแน่น ๆ ยกตัวอย่างสุนัขขนาดใหญ่ ได้แก่ ไซบีเรียน โกลเดนรีทรีฟเวอร์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ฯลฯ เพราะมี

  • น้ำหนักมากกว่า 25 กิโลกรัม
  • ส่วนสูงมากกว่า 53 เซนติเมตร

ปริมาณอาหารที่เหมาะสมนั้นจึงมากขึ้นตามขนาดที่ใหญ่ขึ้นจึงแนะนำดังนี้

  • อาหารแบบเปียก คือ 1,400 – 1,900 กรัมต่อวัน
  • อาหารเม็ด 330 – 450 กรัมต่อวัน
  • อาหารบาร์ฟ ไม่ควรเกิน 400 – 500 กรัมต่อวัน

แม้จะมีปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับสุนัขแต่ละขนาด เจ้าของควรพิจารณาองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เช่น กิจกรรมของน้องหมา หากน้องหมาเป็นสายกิจกรรม ตื่นตัวและใช้พลังงานเสมอก็สามารถเพิ่มปริมาณอาหารได้ และอย่าลืมเช็คเบื้องต้นว่าสุนัขอ้วนหรือไม่ด้วยการใช้มือคลำหาซี่โครง หากพบว่าคลำแล้วไม่พบซี่โครง สามารถสันนิษฐานเบื้องต้นว่าสุนัขของคุณเริ่มอ้วนแล้ว

เทคนิคการให้อาหารสุนัข

  • ปริมาณของมื้อรวมกันต้องตรงตามปริมาณที่แนะนำต่อวัน เช่น ให้อาหารน้องหมา 3 มื้อ ปริมาณอาหาร 3 มื้อรวมกันก็ควรตรงตามปริมาณที่แนะนำ
  • ถ้าน้องหมาของคุณออกกำลังกายน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ให้ลดปริมาณอาหารลงอย่างน้อย 10% จากปริมาณอาหารที่แนะนำ
  • หากเจ้าของให้ขนมเพิ่มเติม ควรลดปริมาณอาหารตามความเหมาะสมและไม่ควรให้ขนมเกิน 10% จากอาหารที่น้องหมาควรได้รับในแต่ละวัน

นอกจากการให้ปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับขนาดของสุนัขแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือปริมาณสารอาหารที่สุนัขแต่ละช่วงวัยควรจะได้รับ โดยเฉพาะโปรตีนและแคลเซียมที่มีส่วนสำคัญสำหรับสุนัขทุกช่วงวัย

หากนิยมให้ barf หรืออาหารสดดิบ อย่าลืมคำนึงเรื่องการจัดเก็บวัตถุดิบอย่างถูกต้อง รวมถึงการเลือกบริษัทขนส่งที่พร้อมจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วเพื่อความสะอาดและความสดใหม่ของวัตถุดิบ  ทางบริษัทขนส่งพัสดุและอาหาร MAKESEND ก็มีบริการจัดส่งได้ไวใน 1 วัน

อ่านเพิ่มเติม

ขอบคุณข้อมูลจาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *